• โชว์กับเพื่อนหญิงที่ปั๊มน้ำมัน
  • HD Videos My dad's girlfriend amazing Nicole
  • HD Videos European teen Sophie Lynx
  • [เรื่องเสียว] ครูครับผมเสียว
  • น้องโฟร์
  • พ่อของหนู(ก็อปจร้า)
  • HD Videos Sofia
  • vl 240P 394.0k 49224401 379 321
  • [เรื่องเสียว] ทำไมถึงใจร้ายจัง
  • HD Videos You are tall enough to fuck
  • เพราะพ่อกำลังเสี้ยน
  • เรื่องเสียว ติดใจ

  • เรื่องเสียวนักศึกษา :

หลอกฝัน ตอนที่ 7



หลอกฝัน ตอนที่ 7 เอมิตกลงที่จะไปพบแฟนเของแจน เธอโทรบอกอัลว่าวันนี้ไม่ต้องมารับ พอเลิกงานแจนก็เดินมารอเอมิที่โต๊ะ "เสร็จหรือยังจะได้ไปกันซะที" แจน "เพิ่งห้าโมงเองทำไมรีบไปหละค่ะ" เอมิ "ร้านอยู่ไกลนะกว่าจะไปถึงคงมืดรถติดด้วย" แจน "แกฉันไปด้วยซิ" จอย "รถนั่งได้สองคน ถ้าแกอยากไปทนนั่งด้านหลังไหวไหมหละ" แจน "ได้ๆ แค่นี้เองเพื่อแฟนแกมีเพื่อนรวยๆ เหมือนกันมาด้วยฉันจะได้มีผัวเป็นตัวเป็นตนกับเค้าบ้าง" จอย "อ้าวเก็บของเร็วๆ ซิจะได้ไปกันซะที" แจน "ค่ะๆ" เอมิ เอมิรีบเก็บของตามที่แจนบอก แล้วเดินตามแจนไปที่รถ เอมิรู้สึกว่แจนเปลี่ยนไป แล้ววันนี้ยังพันผ้าพันคอด้วยทั้งๆ ที่อากาศร้อนมาก หนึ่งทุ่มตรงท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เอริกำลังเดินอยู่ทามกลางฝูงชนที่แออัด มีชายคนนึงกำลังสะกดรอยตามเธอมา เอริเองก็ดูเหมือนจะรู้ว่ามีคนกำลังตามเธอมา เธอเดินเข้าไปในลานจอดรถของตึกข้างๆ ชายลึกลับตามเธอไปติดๆ ชายลึกลับตามเอริเข้าไปในลานจอดรถที่มืดสนิท มีร่างหนึ่งกระโจนเข้าใส่เขา แต่ชายลึกลับพลิกตัวหลบพร้อมกับหยิบหมุดเงินในเสื้อโค๊ทแทงไปที่ด้านหลังของผู้ที่กระโจนเข้ามา หมุดเงินแทงทะลุหัวใจจนโผล่มาที่หน้าอกด้านซ้ายของมัน ไฟในลาดจดรถค่อยๆ สว่างขึ้นมาทีละดวง ร่างที่ถูกหมุดเงินแทงนั่นคือทาส 1 นั่นเอง ร่างของมันค่อยๆ สลายเป็นเถ้าถ่านไป หลอดไฟที่อยู่บนหัวชายลึกลับสว่างขึ้น เขาคือวินเซนต์ เขามาทำอะไรที่นี่กันแล้วเขาตามเอริทำไม วินเซนต์หยิบโทรศัทท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออก "ว่ายังไงเจอมันหรือยัง" ???? "เจอร่างวิญญาณมันแล้วครับ" วินเซนต์ "ดีมากตามมันจนกว่าจะเจอร่างมนุษย์" ???? "เจอแล้วให้จัดการฆ่าซะเลยไหมครับ" วินเซนต์ "อย่าเพิ่งรอจนกว่าจะถึงวันพระจันทร์เป็นสีดำ จากนั้นค่อยฆ่ามันแล้วเอาหัวใจมันมาให้ข้า" ???? "แล้วตอนนี้ผมต้องทำยังไง" วินเซนต์ "ตามดูมันห่างๆ ที่สำคัญอย่าเพิ่งไปยุ่งกับร่างวิญญาณของมัน รอให้มันกินวิญญาณมนุษย์จนมีพลังเต็มที่ แล้วในคืนวันพระจันทร์ดับ เจ้าค่อยฆ่าร่างมนุษย์ของมัน" ???? "ทำไมถึงต้องฆ่าร่างมนุษยมันด้วย ข้าอยากฆ่าร่างวิญญาณของมันมากกว่า มันน่าจะสนุกกว่า" วินเซนต์ "เฮอ เจ้านี้มันโง่จริงๆ สิ่งเดียวในโลกที่จะกำจัดซาคิวบัสได้ก็คือ รักแท้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนบาปอย่างเจ้าไม่มีวันจะมีได้" ???? "ครับ" วินเซนต์ ชายลึกลับวางสายไป วินเซนต์ไม่เชื่อว่าจะมีปีศาจตนไหนในโลกที่เขาจัดการไม่ได้ เขาจะต้องลองสู้กับซาคิวบัสตัวนี้ดูซักครั้ง แจนพาเอริมาถึงร้านอาหารทั้งสามคนเดินเข้าไปในร้าน ริกยังไม่มาถึงแจนเลยบอกให้เอมิกับจอยสั่งอาหารรอไปก่อน พอท้องฟ้ามืดสนิท ริกก็เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับชายอีกคนที่รูปร่างสูงใหญ่พอกัน "นี่ไงแฟนฉัน ริก" แจนแนะนำริกกับเอมิ "แล้วนี่ไงเอมิกับจอยเพื่อนของแจนค่ะ" แจน เอมิรู้สึกทันทีว่าเธอเคยเจอริกมาก่อนแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เธอรู้เพียงแค่ว่าใจเธอกำลังสั่นเธอรู้สึกกลัว ริกกับเพื่อนของริกมาก "แล้วนี่ใครหละ จะไม่แนะนำหน่อยหรอ" จอยถามชื่อของชายที่มากับริกอีกคน "ผมชื่อปีเตอร์ครับ เรียกพีทก็ได้" พีท "หรอค่ะ แหมหล่อเหมือนกันทั้งคู่เลย แบบนี้พอจะมีที่ว่างให้จอยจองบ้างหรือเปล่าค่ะ" จอย "อย่าแรด" แจนกระซิบด่าจอย ทั้งหมดนั่งทานอาหารกัน ริกกับพีทไม่ทานอะไรเลยนอกจากสเต็กเนื้อที่ย่างแบบไม่สุกยังมีเลือดแดงๆ ไหลอยู่ ริกจองเอมิตาไม่กระพริบตลอดเวลา เอมิเองก็รู้สึกกลัวผู้ชายคนนี้มาก เธออยากจะขอตัวไปโทรศัพท์บอกให้อัลมารับแต่แจนก็รั้งเธอไว้ไม่ยอมให้เธอได้มีโอกาสโทร อัลที่ยังคาใจกับความฝันเขากลับมาที่ร้านหนังสือเพื่อหาข้อมูล เขาได้พบว่าเรื่องราวที่เขาฝันถึงนั้นมีส่วนนึงคล้ายกับตำนานการกำเนิดของแดล๊กคิวล่า แต่มีบ้างอย่างที่มันยังดูขัดแย้งกันอยู่ อัลนึกถึงหนังสือที่บาทหลวงจอห์นที่เลี้ยงเขามาฝากไว้ บาทหลวงจอห์นเคยบอกไว้ว่าถ้าวันหนึ่งเขาเกินสงสัยเรื่องอะไรขึ้นมาแล้วหาคำตอบไม่ได้ให้เปิดหนังสือเล่มนี้ดู อัลไปหาหนังสือเล่มใหญ่ที่เก็บไว้นานหลายปีโดยไม่เคยแตะต้อง อัลหยิบกล่องขนาดใหญ่ที่วางไว้หลังตู้ลงมา เขารีบเปิดมันออกมีหนังสือเล่มใหญ่อยู่ด้านใน อัลหยิบหนังสืออกมาจากกล่องมีจดหมายฉบับนึงหล่นออกมา วันนี้มาถึงแล้วซินะ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดของหน่วยลับไม่ว่าจะเป็นประวัติปีศาจ วิธีการกำจัด และบันทึกการจัดการกับปีศาจทั้งหมดตั้งแต่ตั้งองค์กรจนถึงวันที่ฉันเจอเจ้าอยู่ที่หน้าโบสถ์ จากนี้ไปเจ้าจะได้เจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิดและไม่อาจจะตัดสินใจได้ว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกหรือผิด ขอใจจำคำพูดของพ่อไว้ ความดีไม่ใช่สีขาว เหมือนกับความเลวก็ไม่ใช่สีดำเสมอไป จงอย่าตัดสินอะไรด้วยดวงตา แต่จงใช้ใจและความรู้สึกของเจ้าเป็นเครื่องตัดสิน หลวงพ่อจอห์น หลวงพ่อทิ้งจดหมายไว้ให้เรางั้นหรอ หลังจากหลวงพ่อหายตัวไปเมื่อหลายปีก่อนเราก็ไม่เคยเปิดหนังสือเล่มนี้ดูเลย อัลนึกถึงบาทหลวงจอห์นที่เก็บเขามาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ อัลเปิดหนังสือหาเรื่องที่เกี่ยวกับแดร๊กคิวล่า หนังสือเล่มนี้ไม่มีประวัติของแดร๊กคิวล่าอยู่แต่กลับมีประวัติการกำจัดอยู่แทน อัลอ่านรายละเอียดอย่างตั้งใจ อับราฮัม แวนเฮลซิ่ง คือคนแรกที่ศึกษาเรื่องค้างคาวดูดเลือดและเป็นคนที่กำจัดแดร๊กคูล่าได้ แต่ทว่าที่จริงมันเพียงแค่หลับไปเท่านั้นในอีกหลายสิบปีต่อมามันก็คืนชีพขึ้นมาอีก ทำให้ก่อกำเนิดตระกูลแวนเฮลซิ่ง ที่ค่อยตามล่าแดร๊กคูล่าหรือเหล่าบรรดาบริวารแวมไพร์ของมัน ตระกูลแวนเฮลซิ่งรอคอยการฟื้นคืนชิพของราชาแวมไพร์ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วพวกเขาก็ฝั่งมันกลับที่เดิมมาหลายทศวรรษ จนกระทั้งครั้งสุดท้ายริกเตอร์ แวนเฮลซิ่งก็คิดวิธีที่จะทำลายวิญญาณของแดร๊กคูล่าให้สิ้นซาก แทนที่เขาจะรอให้แดร๊กคูล่าคืนชีพมาก่อนแล้วค่อยฆ่ามัน เขากลับรวมรวมวิญญาณแดร๊กคูล่าที่กระจัดกระจายมารวมกันแล้วปลุกชีพให้แดร๊กคูล่าขึ้นมา โดยที่พลังของมันยังไม่กลับคืนมาเหมือนเดิม ด้วยวิธีนี้ริกเตอร์มั่นใจว่าจะสามารถทำให้วิญญาณแดร๊กคูล่าที่ยังอ่อนแออยู่แตกสลายไปและไม่สามารถคืนชีพมาได้อีก หลังจากนั่นมาจนถึง ณ วันที่บันทึกในหนังสือเล่มนี้ แดร๊กคูล่าก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นอีกเลยมีแต่เพียงบริวารของมันเท่านั้นที่จะคงเล็ดรอดจากการตามล่า หน้ากระดาษถูกฉีกขาดออกไป มีข้อความที่เหลืออยู่เพียงสั้นๆ ว่า " จึงจำเป็นที่จะต้องแยกบุตรที่เกิดเป็นชายในตระกูลออกมาให้ทางวาติกันดูแลอย่างใกล้ชิด" ที่ร้านอาหารเอมิพยายามจะขอตัวกลับแต่แจนก็ดึงเธอไว้จนดึก แล้วแจนก็พยายามจะดึงเอมิให้ไปที่คอนโดกับเธอเพื่อกินเหล้ากันต่อ จอยอยากจะไปด้วยแต่แจนไล่ให้เธอกลับบ้าน แต่ไม่ว่าแจนจะพยายามชวนยังไงเอมิก็ไม่ยอมไปด้วย แจนเลยหลอกเธอว่าจะไปส่งที่ห้องเธอจึงยอมขึ้นรถไปกับแจน พอเอมิขึ้นรถแจนก็รีบล็อกรถไม่ให้เอมิหนีแล้วขับรถออกไปทันที เอมิพยายามที่จะขอลงจากรถแต่แจนไม่ยอมฟัง เอมิรู้สึกได้ว่าแจนกำลังคิดร้ายกับเธอแน่นๆ แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะเปิดประตูหรือเปิดกระจกรถเพื่อหนีหรือขอความช่วยเหลือได้เลย เอมิพยายามที่จะขอร้องแจนให้ปล่อยเธอให้ลงจากรถแต่แจนก็ทำเหมือนคนที่ไม่รู้จักกับเธอ "ปล่อยให้เอมิลงเถอะเอมิยากกลับบ้าน" เอมิ "เรื่องมากจริง อยากได้ไอ้นี่คืนไหมถ้าอยากได้ก็นั่งเงียบๆ" แจน แจนหยิบถุงพลาสติกด้านในมีสร้อยที่เอมิดึงขาดคราวที่แล้วเพื่อช่วยอัล "ว่าไงอยากได้ไหมนี่ซ่อมแล้วด้วยนะ ถ้าอยากได้ก็นั่งรถไปเงียบๆ" แจน เอมิอยากได้สร้อยเส้นนี้คืนเธอเลยยอมนั่งรถไปเงียบๆ ไม่โวยวายอีก แต่เธอก็รู้สึกแปลกมาที่แจนพยายามจะไม่สัมผัสสร้อยเส้นนี้ตรงๆ เหมือนเธอกลัว แจนขับรถไปในถนนสายเปลี่ยวไม่มีแม้ไฟซักดวง เอมิมองข้างทางด้วยความกลัว แล้วแจนก็ขันรถเข้าไปในซอยมืดๆ ซอยนึงเอมิรู้สึกตกใจแต่ก็ไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวว่าจะไม่ได้สร้อยคืน แจนจอดรถที่ลานกว้างแห่งนึงจากนั้นเธอก็เปิดประตูลงจากรถ "อ้าวถึงแล้วลงมาซิ ไม่อยากได้ไอ้นี่คืนหรือไง" แจน เอมิเปิดประตูลงจากรถ "เอาคืนมาซิ" เอมิ "เดินมาเอาเองซิ" แจน เอมิเดินไปหาแจนเธอยืนถุงให้ เอมิรีบรับแล้วแกะเอาสร้อยออกมาใส่กลับไปที่คอ เอมิไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ตัดหนทางรอดชีวตของตัวเองไปแล้ว เอริถูกดึงกลับเข้ามาอยู่ในร่างเอมิอีกครั้งด้วยพลังของสร้อย และด้วยพลังของสร้อยทำให้เอริศูนย์เสียพลังไปมากกว่าครึ่ง เธอจะไม่สามารถกลับออกมาจากร่างเอมิได้อีกจนกว่าเธอจนฟื้นพลังกลับมาได้ทั้งหมด ทันทีที่เอมิสวมสร้อยก็มีชายหนุ่มร่างใหญ่สองคนจับตัวเธอไว้ ริกเดินออกมาจากความมือพร้อมกับพรรคพวกอีกหลายคน เอมิตกใจพยายามจะดิ้นหนีแต่ก็สู้แรงชายหนุ่มที่จับเธอไว้ไม่ได้ "ทำได้ดีมากที่รัก" ริก "ขอบคุณค่ะ" แจนเดินไปกอดแขนริก "อย่าทำเอมิเลย ปล่อยเอมิไปเถอะ" เอมิ "เหอๆ ปล่อยหรอ วันนี้แกต้องกลายเป็นอาหารให้พวกฉัน" ริก "อย่าเลยปล่อยฉันไปเถอะ ทำไม่พวกคุณถึงต้องกินฉันด้วยหละ" เอมิ "ไม่รู้สิ แต่ที่ฉันรู้สึกคือเธอมีอะไรพิเศษถ้าพวกฉันได้กินเธอ พวกฉันก็จะมีพลังพอที่จะเอาชนะพวกมันได้ซะที" ริกพูดเหมือนโกรธแค้นพวกมันที่เขาพูดถึงมาก "แต่พวกคุณเป็นมนุษย์นะ จะกินมนุษย์ด้วยกันได้ยังไง" เอมิ "งั้นหรองั้นถ้าพวกฉันไม่ใช่มนุษย์ก็กินเธอได้ซินะ" ริก ริกและพรรคพวกค่อยๆ เปลี่ยนร่างตัวค่อยๆ ใหญ่ขึ้นหัวเปลี่ยนไปคล้ายสัตว์ป่าและเริ่มมีขนปรกคลุมทั่วร่าง เอมิตกใจร้องกรี๊ด เธอได้แต่หวังว่าอัลจะมาช่วยเธออีกเหมือนครั้งที่แล้ว ร่างของชายที่จับตัวเอมิไว้ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นมนุษย์หมาป่าด้วย มีแค่แจนเท่านั้นที่ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ดูเธอจะไม่ตกใจกับเรื่องนี้เลย ริกค่อยๆ เดินเขามาหาเอมิเพื่อให้เธอกลัวจนถึงขีดสุดก่อนที่เขาจะกินเลือดและเนื้อของเธอ เอมิพยายามดิ้นรนหนีแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของมนุษย์หมาป่าได้ "เปรี้ยง ๆ" เสียงปืนดังขึ้นสองนัด มนุษย์หมาป่าสองตัวปล่อยมือจากเอมิพร้อมกับร้องด้วยความเจ็บปวด ชายร่างสูงใหญ่ในเสื้อโค๊ทสีดำยืนอยู่บนหลังคารถของแจน เอมิดีใจคิดว่าอัลมาช่วยเธอ แต่ว่าชายผู้นั้นกลับไม่ใช่คนที่เธอหวัง "เสียใจด้วยนะ พวกแกคงจะอดกินอาหารมื้อนี้แล้ว" วินเซนต์ ชายที่มาช่วยเธอกลับเป็นวินเซนต์ที่ตามร่องรอยของเอริมา มนุษย์หมาป่าจำนวน 12 ตัวจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนวินเซนต์จะไม่ได้รู้สึกกลัวหรือหวาดหวั่นเลย เขากลับยิ้มกับเหยื่อจำนวนมากที่เขาได้พบ วินเซนต์เก็บปืนพกแล้วหยิบหน้าไม้ขนาดใหญ่ออกมาจากด้านหลังพร้อมทั้งใช้มืออีกข้างชักมีดเล่มใหญ่ออกมา พวกมนุษย์หมาป่าพอเห็นว่าวินเซนต์ใช้หน้าไม้ก็คำรามเสียงแปลกๆ เหมือนกำลังหัวเราะเยาะ นั่นซินะขนาดลูกปืน .50 AE ยังต้องยิงใส่หัวตั้งหลายนัดกว่าจะฆ่าพวกมันได้ แต่นี่แค่ลูกธนูเงินจะมีปัญญาไปทำอะไรกับผิวหนังที่แข็งเหมือนเหล็กกล้าของพวกมันได้ มนุษย์หมาป่าตัวแรกพุ่งเข้าใส่วินเซนต์ เขายิงลูกธนูใส่ปักหน้าอกด้านซ้ายของมันแต่ก็ไม่สามารถหยุดการพุ่งเข้ามาโจมตีของมันได้ มนุษย์หมาป่าฟาดกรงเล็บเข้าใส่วินเซนต์เขาหมุนตัวแล้วถีบเข้าที่ลูกธนูที่ปักบนหน้าอกของมนุษย์หมาป่าจนลูกธนูตัดขั้วใจ มนุษย์หมาป่าสิ้นใจตายโดยที่ยังยืนค้างอยู่ วินเซนต์ถีบร่างมันหงายไปอย่าไม่ใส่ใจ "เป็นยังไงหัวเราะกันอีกซิ" วินเซนต์ มนุษย์หมาป่าที่เหลือเห็นเพื่อนโดนฆ่าตายก็โกรธมากพุ่งเข้าใส่วินเซนต์พร้อมกัน แต่ทว่าวินเซนต์สามารถหลบการโจมตีได้ทั้งหมดอย่างง่ายดายหนำซ้ำยังใช้มีดและและคมมีดที่หน้าไม้ฝากรอยแผลไว้กับมนุษย์หมาป่าทุกตัวที่พุ่งเข้ามา พวกหมาป่าเจ็บปวดกับบาดแผลที่ได้รับ และพวกมันก็ไม่สามารถที่จะทำให้บาดแผลสมานตัวได้ "อย่าคิดว่าจะรักษาแผลพวกนี้ได้เลยเพราะมันเคลือบด้วยซิวเวอร์ไนเตรด" วินเซนต์ ริกหอนเรียกพวกตัวเองมารวมกลุ่ม มันรู้ว่าการโจมตีเข้าไปตรงๆ ก็มีแต่จะโดนลูกธนูไม่ก็มีดของวินเซนต์ พวกมนุษย์หมาป่ารวมกลุ่มกันแล้วเริ่มโจมตีโดยมีแบบแผนมนุษย์หมาป่าสองตัววิ่งสลับฟันปลาทำให้วินเซนต์ไม่สามารถที่จะเล็งยิงหน้าไม้ได้ ระหว่างนั้นอีกสองตัวก็ฉวยโอกาสที่วินเซนต์ไม่ทันระวังพุ่งเข้ามาโจมตีจากด้านหลัง วินเซนต์มองการโจมตีออกแต่กลับไม่หลบหลีกเขายืนนิ่งรอให้กรงเล็บพุ่งเข้าใส่ ตูมเกิดเสียงดังสนั่น วินเซนต์ให้ท่อนแขนรับการโจมตีจากทั้งสองด้านได้โดยไม่สะทกสะท้าน หนำซ้ำเขายังใข้แรงที่เหนือกว่ากระแทกมนุษย์หมาป่าทั้งสองตัวกลับไปได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทั้งความแข็งแกร่งทั้งความเร็วของวินเซนต์เหนือกว่ามนุษย์หมาป่าอย่างเห็นได้ชัดนี่มันเกิดขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว วินเซนต์โชว์ความเหนือกว่าต่ออีกด้วยการยิงหน้าไม้ดักทางมนุษย์หมาป่าที่กำลังวิ่งหลอกล่อจนมันเสียหลักล้มกลิ้งไปกับพื้น วินเซนต์พุ่งตัวไปด้วยความรวดเร็วแล้วใช้มีดที่มือซ้ายฝากรอยแผลเป็นทางยาวบนหน้าอกของมนุษย์หมาป่าอีกตัวก่อนที่จะกระโดนไปเหยีบบนร่างของมนุษย์หมาป่าตัวที่ล้มอยู่ เขาใช้เท้าข้างขวาเหยีบบนลูกธนูที่ปักอกมนุษย์หมาป่าอยู่ "คิดจะใช้กำลังกับความเร็วที่เหนือกว่าสู้กับข้างั้นหรอ แต่เสียใจด้วยนะข้าหนะแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้า" วินเซนต์พูดจบก็เหยียบลูกธนูเต็มแรงจนมันทะลุร่างมนุษย์หมาป่า ตอนนี้เขาฆ่ามนุษย์หมาป่าไปแล้วสองตัวอย่างง่ายดาย ส่วนพวกที่เหลือก็บาดเจ็บ ทำไมเขาถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้นะ "อ้าวไม่รีบเข้ามากันอีกหละ มันจะได้จบๆ ไปซะทีข้าเองก็ไม่ชอบนักหรอกนะที่ต้องทำงานนอกเหนือหน้าที่" วินเซนต์ ริกรู้ตัวแล้วว่าเขาสู้วินเซนต์ไม่ได้ ริกหอนส่งสัญญานให้ฝูงแยกย้ายกันหนี มนุษย์หมาป่ากระโจนกันไปคนละทาง มีแค่แจนที่ไม่ได้กลายร่างไม่รู้ว่าจะหนีไปทางไหน วินเซนต์พุ่งตัวมนุษย์หมาป่าที่กำลังหนีไปตัวนึงเขาแทงมีดเล่มใหญ่เข้าที่กลางหลังจนทะลุด้านหน้ามันสิ้นใจตายทันที วินเซนต์ดึงมีดออกมาแล้วปล่อยให้ร่างของมนุษย์หมาป่าล้มลง "ถึงจะนอกเหนือหน้าที่แต่ข้าก็ไม่ชอบที่จะต้องปล่อยพวกปีศาจอย่างแกให้หนีไปง่ายๆ หรอกนะ" วินเซนต์ วินเซนต์ไม่ตามพวกหน้าป่าที่แยกย้ายกันหนีเขาเดินตรงมาที่เอมิกับแจน แจนทำท่าจะสู้แต่ว่าระดับอย่างเธอจะมีปัญญาทำอะไรวินเซนต์ได้ เขาใช้หลังมือตบเข้าที่หน้าแจนที่กำลังวิ่งเข้ามาหาจนล้มลงไปนอน "ตอนนี้ข้ายังไม่มีธุระกับพวกบริวารอย่างแก ไว้ข้าเสร็จธุระแล้วข้าจะช่วยส่งแกลงนรกเอง" วินเซนต์ วินเซนต์ดึงแขนให้เอมิที่นั่นตกใจอยู่ยืนขึ้น แล้วเขาก็เขย่าตัวเธออย่างแรงหลายครั้ง "เป็นอะไรไปหละออกมาซิ ข้าอยากรู้ว่าปีศาจอย่างแกกับข้าที่ได้รับพลังจากพระผู้เป็นเจ้าใครมันจะเก่งกว่ากัน" วินเซนต์ "คุณพูดอะไรเอมิไม่เข้าใจ คุณไม่ใช้เพื่อนอัลหรอค่ะ" เอมิ "อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แกรู้ว่าข้าพูดเรื่องอะไร เรียกมันออกมาไม่งั้นหละก็แกเองที่จะต้องตายแทนมัน" วินเซนต์ "อย่าค่ะ ให้เอมิเรียกใคร เอมิไม่เข้าใจ" เอมิ วินเซนต์มองเห็นสร้อยที่คอเอมิก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเอริถึงไม่ยอมออกมาปกป้องร่างของเอมิ "อ้อแบบนี้นี่เอง" วินเซนต์จับที่สร้อยคอ "อย่าค่ะอย่าดึงมันออก" เอมิ วินเซนต์ไม่สนใจเขากระชากมันออกจากคอ ทันทีที่สร้อยคอหลุดจากตัวเอมิก็มีพลังที่รุนแรงกระแทกใส่วินเซนต์จนกระเด็นออกไป กลุ่มความมืดปรากฏขึ้น ร่างเอริค่อยๆ ก้าวออกมาจากกลุ่มความมืดนั้น "เป็นแค่มนุษย์บังอาจคิดจะสู้กับฉันงั้นหรอ" เอริฝืนออกมาทั้งๆ ที่พลังของเธอยังไม่กลับคืน "มนุษย์ธรรมดางั้นหรอ แค่ระดับนี้ฉันก็กำจัดแกได้แล้ว" วินเซนต์ วินเซนต์พุ่งเข้าหาเอริด้วยความเร็วสูง แต่ทว่าไม่ว่าจะเป็นอาวุธชนิดไหนก็ไม่สามารถที่จะทำอันตรายหรือสัมผัสร่างกายเอริได้เลย "แค่นี้คงจะเข้าใจแล้วซินะว่ามนุษย์ไม่มีทางที่จะทำอะไรฉันได้" เอริ "งั้นหรอแล้วถ้าเป็นไอ้นี่หละ" วินเซนต์ วินเซนต์หยิบมีดอีกเล่มที่ซ่อนไว้ด้านหลัง มันเป็นมีที่ทำมาจากกระจกและวัสดุพิเศษที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง เอริมีทีท่าตกใจที่เห็นอาวุธชิ้นนี้ วินเซนต์พุ่งตัวเข้าโจมตีเอริอีกครั้ง ครั้งนี้มีดกระจกสามารถที่จะเฉือนร่างกายเอริที่น่าจะไม่มีตัวตนได้ เอริพยายามหลบหลีกแต่ด้วยความเร็วของวินเซนต์ที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอได้แต่ยกแขนรับคมมีดจนได้แผลเต็มแขนไปหมด "เป็นยังไงหละ ทีนี้ฟันเข้าแล้ว ถึงกับเงียบไปเลยงั้นหรอ แกมีพลังแค่นี้เองหรอ งั้นก็หมดเวลาที่แกจะอยู่บนโลกนี้แล้ว ตายซะเถอะ" วินเซนต์ วินเซนต์กระแทกเอริจนเสียหลักแล้วแทงมีดไปพุ่งใส่หน้าอกด้านซ้ายของเธอ เอริกัดฟันโบกมือไปมาเรียกแส้ไฟหลายเส้นระดมฟาดใส่วินเซนต์ เกิดเสียงตูมดังสนั่น ร่างวินเซนต์กระเด็นออกไป เอริเองก็กระอักเลือดออกมาเพราะเธอฝืนใช้พลังมากเกินไปทั้งๆ ที่ยังฟื้นพลังมาได้แค่นิดเดียว เอริคิดว่าคงจบแล้วร่างวินเซนต์ท่วมไปด้วยเลือดเขามีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง แต่ทว่าวินเซนต์ที่น่าจะหมดสภาพไปแล้วกลับหัวเราะลั่นร่างเขาค่อยๆ ลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง "ใช่แล้วต้องแบบนี้ซิ แบบนี้ถึงจะคู่ควรที่ข้าใจใช้พลังอันนี้หน่อย" วินเซนต์ เอริรู้สึกว่ารอบๆ ตัววินเซนต์มีความมืดมารวมตัวกันนัยต์ข้างซ้ายของวินเซนต์กลายเป็นสีดำทั้งลูก แล้วก็ค่อยๆ มีรูปไม้กางเขนสีทองกลับหัวปรากฏขึ้น "นั่นมันอะไร แกเป็นตัวอะไรกันแน่ พลังแบบนี้มันเป็นของปีศาจอย่างพวกเรา แต่ทำไมมนุษย์แบบแกถึงมีพลังแบบนี้ได้แล้วยังสัญญาลักษณ์ที่ตาซ้ายนั่นอีก" เอริ "นี่ก็คือพลังที่ข้าได้รับมาจาก เนมิซิสยังไงหละ พวกข้าที่ครั้งนึงเคยบาดเจ็บจนไม่สามารถที่จะลุกขึ้นได้ แต่ด้วยพลังที่ได้รับมาจากเนมิซิส พวกข้าก็ได้ถือกำเนิดใหม่ในฐานะของ บุตรแห่งเนมิซิส (Nemesis Child) ผู้ที่ได้รับพลังเพื่อที่จะมากำจัดพวกแกให้สิ้นซากยังไงหละ" วินเซนต์ เอริรู้ตัวว่าด้วยพลังของเธอในตอนนี้ไม่มีทางสู้วินเซนต์ในร่างนี้แน่ เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงได้บ้าง วินเซนต์ที่ตอนนี้บาดแผลบนร่างกายหายไปหมดสิ้น พุ่งเข้ามาหาเอริอีกครั้ง เอริกลั้นใจฝืนใช้พลังซัดแส้ไฟใส่วินเซนต์ แต่ครั้งนี้วินเซนต์สามารถที่จะให้แค่มือเปล่าปัดแสไฟที่พุ่งเข้าหาออกไปอย่างง่ายดาย วินเซนต์มาถึงตัวเอริที่กำลังยืนตะลึงเขาต่อยเข้าที่ท้องเอริจนเธอตัวงอจากนั้นก็ถีบจนเอริกระเด็นออกไปนอนหมดสภาพที่จะสู้ต่อได้ "ต่อหน้าพลังของเทพเจ้า พวกแกก็เป็นได้แค่มดปลวกที่รอเวลาที่จะโดนขยี้ทิ้ง" วินเซนต์ เอริทนฝืนปรากฏร่างต่อไปไม่ไหวร่างเธอค่อยๆ เลื่อนหายกลับเข้าไปอยู่ในตัวเอมิ วินเซนต์เดินเข้ามาหาเอมิที่กำลังตกใจกลัว "อืมกลับเข้าไปอยู่ในร่างนี้อีกแล้วหรอ แต่เอาเถอะยังไงตอนนี้มันก็ยังไม่ถึงเวลาตายของแก" วินเซนต์ วินเซนต์มองมาที่แจนแล้วเดินตรงไปหาเธอ "สำหรับมนุษย์ที่ยอมรับใช้ปีศาจจนวิญญาณแปดเปื้อน จำเป็นที่จะต้องกำจัดซะ" วินเซนต์ "อย่าได้โปรด อย่าฆ่าฉันเลย" แจนร้องขอชีวิต วินเซนต์ไม่สนใจคำร้องขอเขาทำพิธีชำระบาปของแจนแล้วก็เงื้อมีดขึ้นก่อนจะแทงมันเข้าใส่แจน "เปรี้ยงๆ" เสียงปืนดังขึ้นสองนัด วินเซนต์กระโดดหลบลูกกระสุนถอยห่างออกมาจากแจน มอเตอร์ไซด์คันใหญ่พุ่งเข้าใส่วินเซนต์ แต่เขากลับกระโดดตีลังกาหลบมันอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มเบรกรถมอเตอร์ไซด์เต็มแรงแล้วรีบกระโดดมายืนอยู่ด้านหน้าของเอมิ "พี่อัล" เอมิ "ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง" อัล "อ้าวๆ แกเองหรอวันนี้ข้าอารมณ์ไม่ค่อยดี ทางทีดีแกรีบหลบไปดีกว่าก่อนที่ข้าจะต้องฆ่าแกไปด้วย" วินเซนต์ "ทำได้ก็ลองดูซิ" อัล "ระวังนะค่ะ เขาไม่ใช่มนุษย์แล้ว" เอมิ อัลเองก็รับรู้ได้ว่าวินเซนต์มีท่าทางแปลกๆ แล้วยังนัยต์ตาข้างซ้ายนั่นอีก อัลหยิบดาบออกมาจากเสื้อโค๊ทด้านหลัง วินเซนต์เองก็เก็บมีดแล้วหยิบดาบเล่มยาวออกมา "ดีเหมือนกันเรามาตัดสินกันต่อจากที่โรมาเนียให้จบกันในวันนี้เลยแล้วกัน" วินเชนต์ "ได้มาเลย" อัล ทั้งคู่พุ่งเข้าใส่พร้อมกับฟาดดาบใส่กันจนเกิดประกายไฟสว่างขึ้นมาหลายครั้ง อัลเองหลังจากที่หมดสติไปคราวที่แล้วเขาเองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก แต่มันจะพอที่จะสู้กับพวกบุตรแห่งเนมิซิสได้หรือเปล่านะ ทั้งคู่ฟาดดาบใส่กันได้ไม่นานอัลก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังหรือความเร็ว อัลได้แต่ปัดป้องดาบที่วินเซนต์ฟันเข้ามา แต่อัลก็ปัดได้ไม่หมดทุกทั้งจนโดนดาบของวินเซนต์ฟันเข้าไปหลายแผล แล้วในที่สุดอัลก็พลาดโดนวินเซนต์ใช้แรงที่เหนือกว่ากระแทกจนดาบในมือกระเด็นหลุดไป "สิ้นสุดกันซะที ลาก่อนอัลการ์ด" วินเซนต์ วินเซนต์อาศัยช่วงที่อัลเสียหลักและไม่มีอาวุธในมือพุ่งดาบเข้าใส่เขา อัลที่เสียหลักไม่มีเวลาที่จะหยิบอาวุธชิ้นอื่นขึ้นมาปัดป้องหรือหลบได้ทัน เขากัดฟัดเตรียมรับคมดาบที่กำลังจะแทงเข้ามา "ฉัวะ" เสียงดาบแทงกระทบเนื้อเลือดสีแดงพุ่งออกมา อัลตาพร่ามัวเขาคิดว่าคงตายแน่ๆ แต่ทว่าคมดาบไม่ได้แทกถูกเขาแต่เป็นร่างของเอมิที่กระโดดเข้ามาขวางไว้ วินเซนต์รีบยังแรงแล้วดึกดาบกลับ อัลประคองร่างเอมิที่โดนดาบแทงไว้ในอ้อมแขนเลือดของเธอไหลออกมาจนเลอะแขนเขา "ทำแบบนี้ทำไม" อัล "ดีแล้วหละค่ะ พี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว" เอมิหลับตาเหมือนกำลังจะหมดลมหายใจ "เอมิอย่าเป็นอะไรนะ เอมิ" อัล "เอมิคงไม่ไหวแล้วหละค่ะ พี่อัลหนีไปนะค่ะ เพราะเอมิพี่ถึงต้องมาเสี่ยงชีวิตแบบนี้ ถ้าเอมิตายแล้วเรื่องนี้ก็คงจบ" เอมิ "ไม่นะ เอมิ อย่าตายนะ" อัล เอมิหลับตาลงอีกครั้ง อัลเรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่ฟื้นขึ้นมา อัลรู้สึกเสียใจมานี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาไม่สามารถที่จะปกป้องเอมิได้อีก ด้วยจิตใจที่คับแค้นสาปแช่งพระผู้เป็นเจ้าที่เล่นตลกกับเขาอีกเป็นครั้งที่สอง อัลก็ค่อยๆ โดนความมืดครอบงำจนในที่สุดสติเขาก็มืดดับไป ร่างอัลมีความมืดมิดปกคลุมร่าง เขาเอามือแตะที่บาดแผลของเอมิ บาดแผลที่เคยลึกและมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดค่อยๆ หายไปจนไม่เหลือแม้แต่รอยขีดข่วน อัลวางร่างเอมิที่ดูเหมือนว่าจะกลับมาเป็นปรกติแล้วนอนลงกับพื้น แล้วเขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน "อะไรกันนี่แกเป็นตัวอะไร ความมืดแบบนี้แกเองก็เป็นบุตรแห่งเนเมซิสด้วยงั้นหรอ ไม่ซิความมืดแบบนั้นมันไม่ใช่" วินเซนต์ อัลไม่ตอบอะไรแต่ไอความมืดที่แผ่ออกมากพร้อมความแค้นก็เป็นคำตอบที่วินเซนต์รับรู้ได้ "ดีงั้นวันนี้ข้าจะกำจัดแกทั้งคู่ซะทีเดียวเลย" วินเซนต์ วินเซนต์พุ่งเข้าใส่อัลพร้อมดาบในมือด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ อัลใช้มือเปล่ารับดาบที่วินเซนต์ฟันเข้าใส่และใช้มืออีกข้างต่อยเข้าที่หน้าของวินเซนต์จนกระเด็นออกไปไกล อัลหักดาบวินเซนต์แล้วโยนมันทิ้ง วินเซนต์รู้สึกโกรธมากที่พลังของเขาสู้อัลไม่ได้เลย เขาพุ่งเข้าใส่อัลอีกหลายครั้งแต่อัลก็ใช้แค่มือเปล่าซัดจนวินเซนต์กระเด็นกลับไปทุกครั้ง "หน่อยแก ไม่มีทางไม่มีทางที่พลังของเทพเจ้าจะพ่ายแพ้ต่อปีศาจอย่างแก" วินเซนต์ แต่วินเซนต์ไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวอัลก็ไปปรากฏร่างยืนอยู่เบื้องหน้าเขา อัลเตะเข้าที่ใบหน้าจนวินเซนต์หงายหลัง แต่ไม่ทันที่ร่างวินเซนต์จะกระทบพื้นอัลกระโดดขึ้นมาเหยียบที่กลางลำตัววินเซนต์แล้วกระแทกร่างวินเซนต์ลงมานอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น อัลยืนเหยียบวินเซนต์ไว้ทำให้วินเซนต์ไม่สามารถที่จะขยับหนีไปได้ วินเซนต์ยั้วสุดขีดที่แพ้ให้กับอัลอีกครั้งเขาเร่งพลังเต็มที่จนดวงตาข้างซ้ายสว่างวาบเขาดันเท้าอัลออกไป อัลตีลังกากลับไปหยุดยืนลอยอยู่ในอากาศ วินเซนต์ชักมีดออกมาแล้วทุ่มพลังทั้งหมดจนมีดลุกเป็นไฟ อัลยกมือขวาขึ้นมีเปลวไฟสีฟ้าลุกท่วมมือของเขา ทั้งคู่พุ่งเขาหากันเพื่อตัดสินกันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ ฉัวะ เลือดพุ่งกระเซนไปทั่ว อัลใช้มือข้างเดียวทำลายมีดที่แทงเข้ามาแล้วเสียบมือทะลุร่างของวินเซนต์ อัลดึงมือออกปล่อยให้ร่างของวินเซนต์ล้มลงพร้อมกับเปลวไฟสีฟ้าที่กำลังลุกไหม้จากบาดแผลและเริ่มลามไปทั่วร่าง อัลยืนดูวินเซนต์ที่กำลังจะตายด้วยสายตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก วินเซนต์ที่น่าจะไม่รอดแล้วกำลังพยายามตะเกียดตะกายที่จะหนีเอาชีวิตรอด อัลเคลื่อนตัวไปในอากาศตามไปเขาเงื้อมือข้างขวาเพื่อที่จะปลิดชีพวินเซนต์ "ฟิ้ววๆๆๆ" เสียงลูกธนูเงินแหวกอากาศตรงเข้าใส่อัล เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากวินเซนต์เป็นกางมือไปยังทิศทางที่ลูกศรพุ่งเข้าใส่ เบื้องหน้าอัลเกิดเกราะสีดำหยุดลูกศรทั้งหมดไว้ อัลสะบัดมือลูกศรทั้งหมดพุ่งกลับไปหาเจ้าของที่ยิงมา เสียงโลหะกระทบกันเกิดประกายไฟขึ้นหลายครั้ง กลุ่มคนลึกลับปรากฏตัวขึ้น ทุกคนมีสิ่งนึงที่เหมือนกันก็คือในตาข้างซ้ายเป็นสีดำสนิทมีรูปไม้กางเขนสีทองกลับหัวส่งสว่างวาบในความมืด กลุ่มคนลึกลับตรงเข้าช่วยวินเซนต์ ถึงจะมีจำนวนมากแต่ก็ไม่สามารถที่จะสู้กับอัลตอนนี้ได้ จึงต้องมีคนเสียสละเข้ามาขวางอัลเพื่อให้พวกที่เหลือพาวินเซนต์หลบหนี อัลเห็นศัตรูกำลังจะหนีเขาก็เริ่มเอาจริง อัลแค่สะบัดแขนกลุ่มคนลึกลับที่เข้ามาขวางก็ถึงกลับกระเด็นออกไป เขาชี้มือไปทางวินเซนต์ ปลายมือเขาเกิดลูกไฟสีฟ้าขนาดใหญ่ กลุ่มคนลึกลับรู้ว่าถ้าโดนลูกไฟนี้เข้าไปต้องตายแน่นอน พวกเขารีบรวมตัวกับเพื่อปกป้องวินเซนต์ ในขณะที่อัลกำลังจะสะบัดลูกไฟให้พุ่งใส่วินเซนต์ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้เขาต้องหันกลับไปมอง "ดรากูลเนีย นั่นท่านใช่ไหม" เอมิเรีย "เอมิเรีย เจ้าจำข้าได้แล้วหรอ" ดรากูลเนีย กลุ่มคนลึกลับอาศัยโอกาสนี้หลบหนีไป แจนเองหลังจากรวบรวมสติได้ก็รีบขึ้นรถแล้วขับหนีไปเหมือนกัน "ในที่สุดข้าก็ได้เจอเจ้าอีกครั้ง" ดรากูลเนีย "ข้าเองก็รอคอยท่านมาหลายศรรตวรรษแล้วเหมือนกัน" เอมิเรีย "ต่อจากนี้ไปข้าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าจากข้าไปอีกแล้ว" ดรากูลเนีย เอมิเรียไม่พูดอะไรแต่นัยต์ตาของเธอมีแต่ความเศร้า "นี่เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าไม่อยากอยู่กับข้าแล้วหรอ" ดรากูลเนีย "ข้าอยากอยู่กับท่าน แต่ข้า" เอมิเรียกอดดรากูลเนียไว้ไม่พูดอะไรอีก ทั้งคู่ยืนกอดกันอยู่เนินนานแล้วร่างทั้งสองก็ค่อยๆ ร่างเอมิกับอัลกลับมานอนอยู่บนเตียงในห้องเอมิทั้งคู่กลับหลับฝันในเรื่องเดียวกันอีกครั้ง ทั้งคู่กำลังฝันว่าตัวเองกำลังเป็นดรากูลเนียและเอมิเรียที่กำลังร่วมรักกันอยู่ที่ห้องนอนในปราสาท ร่างทั้งคู่เปลือยเปล่าบนที่นอนผ้าไหมนุ่มลื่น ร่างเอมิเรียขวาโพลนบิดไปมาด้วยความเสียวในขณะที่ดรากูลเนียดูดเลียไปทั่วร่างของเธอ เอมิเรียทนความเสียวที่ถูกดรากูลเนียดูดเลียร่องสาวไม่ไหวเธอดึงตัวเขาขึ้นมาประกบปากจูบ มือเธอก็เอื่อมไปจับท่อนเอ็นขนาดใหญ่ของเขาที่กำลังแข็งเป็นแท่ง เอมิเรียรูดมันเล่นเบาๆ เพื่อให้มันตื่นตัวก่อนที่จะให้มันแทรกเข้าไปในร่างเธอ ดรากูลเนียเอาท่อนเอ็นถูไปตามร่องเสียวเอมิเรียแล้วเขาก็กระเด้าเอวช้าๆ ให้ควยได้สัมผัสถูไถไปตามร่องเสียว เอมิเรียกำผ้าปูที่นอนแน่นแอ่นเอวรับการถูไถของชายหนุ่ม ความต้องการของทั้งคู่พุ่งถึงขีดสุด เอมิเรียจับควยดรากูลเนียจ่อที่ร่องสาว ชายหนุ่มกดหัวบานเข้าไปในร่องเธอทันที เอมิเรียสะดุ้งสุดตัวจากความใหญ่ของควยดรากูลเนีย เธอพยายามๆ ถ่างขาให้เจ้าชายสอดใส่แท่งเสียวขนาดใหญ่เข้าไปให้หมด ดรากูลเนียกดควยเข้าไปครึ่งลำ เอมิเรีย น้ำตาซึมจากความเสียวและความเจ็บที่ได้รับ แต่เธอก็ยังกอดดรากูลเนียแน่นแอ่นเอวขึ้นรับควยดรากูลเนียที่กำลังกดเข้ามา ดรากูลเนียกดควยเข้าไปจนสุดลำ เอมิเรียร้องโอ้ยยยยย เธอกอดเขาแน่นตัวสั่นระริก ดรากูลเนียแระแทกควยเข้าออกหนักๆ แต่เนิบๆ ไม่เร่งจังหวะ เอมิเรียแหง่นหน้าร้องครางอย่างมีความสุข เธอเสียวทั้งร่องหี ขนาดที่ใหญ่ของดรากูลเนียทำให้มันครูดไปโดนทั่วทั้งร่องหลืบของเอมิเรีย เธอเสียวซ่านจนน้ำรักไหลเยิ้มออกมา ดรากูลเนียกระแทกเนิบๆ อยู่ซักพักก็จับให้เอมิเรียนอนตะแคงท่านั้ทำให้ดรากูลเนียแทงควยได้ลึกขึ้นและสามารถเลือกได้ว่าจะแทงไปทางปีกมดลูกด้านซ้ายหรือด้านขวาได้ เขากระแทกควยไปปีกขวาทีปีกซ้ายทีสลับกัน เอมิเรียเสียวจนร้องเสียงหลง หน้าเธอแดงกล้ำในตาหวานเยิ้ม จองมาที่ชายหนุ่มเหมือนจะบอกว่าเธอกำลังมีความสุขสุดยอด ดรากูเนียจับขาเอมิเรียยกขึ้นเข้าเอาหน้าขาเข้าไปประกอบแน่นตอนนี้ขาทั้งคู่เป็นรูปเครื่องหมายบวก แล้วดรากูลเนียก็กระแทกควยแรงๆ ใส่เอมิเรียจนเธอร้อง อู้ยยย อู้ยยย ไม่หยุด ดรากูลเนียกระแทกควยท่านี้จนเอมิเรียร้องกรี๊ดหีบีบรัดเขาจึงหยุดให้เธอเสร็จสมก่อน แล้วจากนั้นเขาก็จับให้เธอโก้งโค้งโดยตัวเขาเองลงมายืนข้างเตียง ดรากูลเนียเริ่มกระแทกควยอีกครั้งดัง ตับ ตับ ตับ สะโพกเอมิเรียกระเพื่อมเป็นคลื่นสวยมาก เอมิเรียร้องครางสะบัดหัวไปมาอย่างแรง ดรากูลเนียเร่งกระแทกเร็วขึ้นจนเอมิเรียสั่นไปทั้งตัวเธอเสียวจนต้องก้มหน้ากัดหมอนมือกำผ้าปูที่นอนแน่น เอมิเรียขยับเอวไม่เป็นจังหวะก่อนจะเกร็งกระตุกขึ้นสวรรค์อีกครั้ง ดรากูเนียปล่อยให้เธอสุขสมเสร็จแล้วก็จับเธอให้นอนหงายแล้วเขาก็ก้มไปอุ้มเธอขึ้นมา เอมิเรียประกบปากจูบกับดรากูลเนียทันที ดรากูลเนียอุ้มเอมิเรียไปยืนพิงกำแพงแล้วเขาก็เริ่มส่งควยกระแทกเข้าไปในร่องเอมิเรีย เขาอาศัยน้ำหนักตัวเอมิเรียที่ปล่อยลงมาทำให้ควยเข้าไปได้จนสุดลำ ดรากูลเนียยืนกระแทกควยมใส่เอมิเรียจนเธอทนความเสียวไว้ไหวต้องผละปากจากเข้าแล้วร้องคราง ดรากูเนียเร่งกระแทกควยจนหลังเอมิเรียกระทบพนังห้องดับ ตึง ตึง ตึง เอมิเรียเสียวซ่านจนต้องเอาแขนเอาขากอดตัวดรากุลเนียแน่นก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นสวรรค์พร้อมกัน ดรากูลเนียร้อง โอ้ววว เกร็งควยฉีดน้ำกามเข้าไปในหีเอมิเรียหลายครั้งจนทำให้เอมิเรียต้องตัวกระตุกด้วยความเสียวและร้อนจนหมดแรง ดรากูลเนียอุ้มเธอกลับมานอนที่เตียงแล้วทั้งคู่ก็นอนกอดกัน อัลกับเอมิตกใจตื่น ทั้งคู่มองหน้ากันอารมณ์จากความฝันที่ยังค้างอยู่ทั้งคู่เลยทำตามสิ่งที่เขาฝันเห็นเพื่อสานต่อความต้องการให้จบ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าพวกเขากลับมานอนกันในห้องเอมิได้อย่างไร จบตอนที่ 7 ครับ นานเลยกว่าจะเขียนตอนนี้จบ แถมเขียนแต่บทบู้จนแทบจะลืมแล้วว่ามันจะต้องมีเรื่องเสียวด้วย เฮอ ขอบคุณที่ติดตามผลงานครับ ปล อืมเป็นอีกแล้วหรอ แล้วก็เป็นเฉพาะเวลาโพสเรื่องนี้ซะด้วยแฮะ หรือว่าเล่นกับขอแรงเข้าซะแล้วเรา

share on:




 Close